วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ส่งงาน 2553-11-10

 เซเว่นเลเยอร์ของเครือข่าย (OSI Model)
Reference : http://wiki.olc.edu/index.php/Computer_Networking           

             Application Layer หรือ Process Layer เป็นลำดับชั้นการทำงานของโปรโตคอล TCP/IP ตามมาตรฐาน DoD - Reference Model ซึ่งเมื่อนำมาเทียบกับมาตรฐานของ OSI - Reference Model นั้น ในชั้นบนสุดที่เรียกว่า Process Layer ของ DoD - Model จะทำงาน 2 หน้าที่เทียบได้กับ Application Layer และ Presentation Layer ของ OSI - Reference Model ในชั้นนี้จะรองรับการทำงานของ Application ต่าง ๆ อย่างเช่น เมื่อมีเครื่อง Client ขอใช้บริการเพื่อจะติดต่อขอ Download File ผ่านทาง Internet โดยอาจจะเรียกใช้โปรแกรม FTP Client ทั่วไป อย่างเช่นโปรแกรม WS_ftp เพื่อติดต่อกับโปรเซส FTP ที่กำลังให้บริการอยู่ที่เครื่อง Server จากนั้นตัวโปรเซส FTP ก็จะเรียกใช้โปรโตคอล FTP ( File Transfer Protocol ) เพื่อทำการโอนถ่ายไฟล์นี้ไปให้เครื่อง Client เป็นต้น หรือถ้าผู้ใช้ต้องการเรียกใช้งานคอมพิวเตอร์ จากเครื่องที่อยู่ห่างไกลออกไป ด้วยการใช้โปรแกรม Telnet ที่เครื่อง Server ให้บริการ ตัวโปรเซส Telnet ที่ทำงานอยู่ ก็จะเรียกใช้โปรโตคอล Telnet เพื่อติดต่อกัน หรือกรณีที่มีการเรียกใช้โปรแกรม Web Browser เช่น Internet Explorer เพื่อเรียกดูเว็บเพจในเว็บไซต์ ของ NASA ที่เครื่องให้บริการเว็บของ NASA ก็จะมีโปรเซส HTTP (HyperText Transfer Protocol ) ทำงานอยู่และจะติดต่อกับผู้ใช้ผ่านโปรโตคอล HTTP เป็นต้น

             การทำงานของ Application ต่าง ๆ จะอยู่ที่ Process Layer นี้ และมีการติดต่อกัน ตามแต่ละโปรโตคอลเฉพาะแล้วแต่ Application ที่ใช้งาน จากการที่ Process Layer ของ TCP/IP รองรับให้โปรโตคอลอื่นทำงานได้หลายโปรเซส และหลายโปรโตคอล ได้พร้อมกันนั้น ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดโปรแกรมใช้งานได้หลาย ๆ อย่าง พร้อมกัน เช่น เปิดโปรแกรม Internet Explorer เพื่อเรียกดูเว็บเพจ พร้อมกับใช้งานโปรแกรม Outlook Express เพื่อรับส่ง E-Mail ไปพร้อม ๆ กัน ได้โดยไม่ต้องรอให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จไปก่อน หรือในปัจจุบันมีการพัฒนาโปรแกรม Web Browser ให้สามารถเรียกใช้งานโปรโตคอลอื่น ๆ ได้มากขึ้น ทำให้เราสามารถใช้โปรแกรม Web Browser โอนถ่ายไฟล์ข้อมูลที่ใช้โปรโตคอล FTP ได้โดยไม่ต้องไปหาโปรแกรมอื่น ๆ มาใช้เพิ่มเติมอีก

โปรโตคอล ที่ทำงานและให้บริการก็มี อย่างเช่น
  • HTTP (HyperText Transfer Protocol)
             HTTP ใช้ในการติดต่อรับส่งข้อมูลชนิดไฮเปอร์เท็กซ์(Hypertext) ระหว่างเครื่องลูกข่ายกับ WWW Server (World Wide Web) โดยที่เอกสารนี้จะอยู่ในรูปแบบที่เขียนในภาษา HTML (HyperText Markup Language) เอกสารแต่ละชิ้น จะสามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสารชิ้นอื่นได้ ซึ่งเอกสารที่ถูกเชื่อมโยงนี้ อาจจะอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน หรือต่างเครื่องกันก็ได้
  • FTP (File Transfer Protocol)
             FTP ใช้ในการรับ-ส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างเครื่องลูกข่ายและเครื่อง Server โดยที่เครื่องServer จะต้องมีโปรแกรมให้บริการ FTP (FTP Server) ติดตั้งและทำงานอยู่ เพื่อให้เครื่องลูกข่ายที่รันโปรแกรม FTP Client สามารถเข้ามาขอใช้บริการได้
  • Protocol DNS (Domain Name System) 
             ที่ทำหน้าที่แปลงข้อมูลชื่อ Domain Name หรือ ชื่อเว็บไซท์ ทั้งหลายให้เป็นหมายเลย IP Address
  • protocol UDP  
            ทำหน้าที่นำส่งข้อมูลจากโปรโตคอลประยุกต์ไปยังไอพี ข้อมูลรวบรวมยูดีพีเฮดเดอร์เรียกว่า ยูดีพีดาทาแกรม หรือ ยูสเซอร์ดาทาแกรม

            เป็น layer สุดท้ายของผู้ใช้งาน รวมไปถึงการสื่อสารระหว่าง Application  layer กับผู้ใช้งานด้วยโปรแกรมประยุกต์ต่างๆใน  layer  นี้การโต้ตอบของโปรแกรมประยุกต์นั้นสนับสนุนการทำงานของส่วนประกอบที่ใช้ในการสื่อสาร  โดยที่โปรแกรมประยุกต์นั้นจะอยู่นอกเหนือการทำงานของ  OSI   layer    องค์ประกอบของ Applicationlayer   ได้แก่ การกำหนดคุณลักษณะของการสื่อสาร , การกำหนดทรัพยากรที่นำมาใช้    และการกำหนดจังหวะในการสื่อสารเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกัน   Application   layer    จะกำหนดการติดต่อสื่อสารให้ application เพื่อทำการส่งผ่านข้อมูล เมื่อกำหนดทรัพยากรที่เหมาะสมแล้ว Application layer จะต้องดูว่า ทรัพยากรของระบบนั้นเพียงพอกับความต้องการของการติดต่อสื่อสารหรือไม่     การสื่อสารที่เกิดขึ้นพร้อมกันนั้นการติดต่อระหว่างโปรแกรมจะถูกจัดการโดย Application layer เครื่องมือที่ใช้งานใน Application layer ได้แก่ TCP/IP application และ OSI application ซึ่งTCP/IP ได้แก่ โปรโตคอลจำพวก Telnet, FileTransfer Protocal(FTP) และ Simple Mail Transfer Protocal (SMTP) คือ โปรโตคอลที่ใช้งานบน Internet นั่นเอง ส่วน OSI คือ โปรโตคอลพวก File Transfer Protocal (SMTP) คือ โปรโตคอลที่ใช้งานบน Internet นั่นเอง   ส่วน   OSI คือโปรโตคอลพวก  File Transfer Access  and Management (FTAM),  Virtual  Terminal  Protocal  และ Common  Management Information  Protocal(CMIP) ซึ่งใช้งานอยู่ในชุดคำสั่งของ OSI Internetworking Application

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ส่งงาน 2553-11-03


               Reference : http://www.netfos.com.tw/2010/technology/Ntippingpoint.htm
                                                                     http://www.tippingpoint.com.sg/tippingpoint.html
                                                                     http://h40060.www4.hp.com/procurve/announcements/210610.php?cc=ch&lc=fr#
 
Tipping Point Intrusion Prevention System
            Tipping Point  (IPS) คือ ชุดผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันการบุกรุกระบบเครือข่าย ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้แก่สภาพแวดล้อมแบบเสมือนจริง โดยนำ Tipping Point Virtual Controller (V Controller) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่พัฒนาจากเทคโนโลยี Secure Virtualization Framework (SVF) มาใช้สนับสนุนการทำงานของ Tipping Point (IPS) ให้มีประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยข้อมูลเพิ่มขึ้นทั้งในสภาพแวดล้อมการทำ งานแบบปกติและเสมือนจริง โดยการทำเร้าติ้งผ่านอุปกรณ์  Tipping Point N-Platform Intrusion Prevention System (IPS) ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ V Controller สามารถป้องกันการบุกรุกเข้าทำลายระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล โดยจะมีการตรวจสอบการสัญจรของอุปกรณ์

             "การโจมตีด้านความปลอดภัยเริ่มมีความเจาะจงมากยิ่งขึ้นและมีเหตุจูงใจเรื่องการ เงินเป็นหลัก และในเวลาที่องค์กรย้ายแอพพลิเคชันรวมถึงข้อมูลจำนวนมากมายไปไว้บนระบบเสมือน จึงกลายเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดยิ่งขึ้นสำหรับบรรดาอาชญากรออนไลน์เหล่านี้" พอลลา มิวสิช นักวิเคราะห์อาวุโสของเคอร์เรนท์อะนาลิซิส กล่าว "เมื่อมีการย้ายข้อมูลสำคัญไปไว้ในระบบโครงสร้างแบบเสมือนมากขึ้น จึงยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมระบบเสมือนควรต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอๆ กับบนระบบงานปกติ”

            การทำงานเสมือนจริง ขณะเดินทางผ่านระบบเครือข่ายทั้งในรูปแบบการสัญจรระหว่างอุปกรณ์การทำงาน เสมือนจริงด้วยกันเอง หรือจากอุปกรณ์การทำงานเสมือนจริงสู่เครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบปกตินอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยข้อมูล  V Controller ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ เช่น

            เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ระบบเครือข่าย โดยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการคุกคามแบบอัตโนมัติให้ครอบคลุมการทำงานในสภาพแวดล้อมแบบเสมือนจริง

  • การขยายประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยข้อมูลให้ครอบคลุม
            สามารถบริหารจัดการการรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายอย่างง่ายดาย โดยมีการควบคุมและบริหารจัดการอย่างชัดเจนแบบรวมศูนย์จากจุดเดียวทั้งบนเครือข่ายแบบปกติและเสมือนจริง

  • การรักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่ายชั้นนำในอุตสาหกรรมไอที
            ธุรกิจต่างๆ ถูกคุกคามจากการเข้าทำลายระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล ซึ่งใช้ทุกวิถีทางเข้าขโมยข้อมูลและรุกล้ำเครือข่ายข้อมูล Tipping Point S-Series  ที่มีสมรรถนะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยข้อมูลจากเครือข่ายภายใน (LAN) สู่ระบบศูนย์ข้อมูลทั้งแบบปกติและเสมือนจริง

  • คุณประโยชน์อื่นๆของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
            เพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบเครือข่าย โดย Tipping Point IP ตรวจสอบเพื่อตอบการโจรกรรมข้อมูลบนเครื่องเบลดโดยใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยข้อมูลTipping Point IPS อันล้ำสมัย

            เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยทั่วทั้งเครือข่ายซึ่งเป็นระบบถอดรหัสและเข้ารหัสข้อมูลที่สัญจรไปมาบนเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลที่เป็นอันตราย และสามารถระบุการเข้าใช้เครือข่ายที่ผิดปกติและน่าสงสัยได้ทันที 

Tipping point เป็นอุปกรณ์รับส่งข้อมูลแบบ Data circuit terminating equipment (DCE ) 
            DCE : อุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อ ทำให้การเชื่อมต่อยังดำเนินต่อไป และยุติการเชื่อมต่อ นอกจากนียังใช้เปลี่ยนลักษณะของสัญญาณและสร้างรหัสสัญญาณต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่าง DTE (data terminal equipment) และ data circuit โดย DCE อาจเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็ได้